
เวลาที่คุณเข้าร้านไอศกรีม คุณเคยนึกถึงบ้างหรือไม่ว่า เราอยากทานไอศกรีมรสนี้กัลเวเฟอร์ หรือว่าเราเคยทานคอนเฟล็กซ์กับไอศกรีมที่บ้าน แต่ที่ร้านนี้ทำไม่ได้ ไม่มีเครื่องเคียงหรือท็อปปิ้งอย่างที่เราต้องการให้เลือกหลากหลายเพียงพอ หรือไม่สามารถขายไอศกรีมที่คุณชอบกับท็อปปิ้งที่คุณอยากทายพร้อมกันได้
เฟรด มูอาวาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล แฟรนไชส์ อาคิเทคส์ จำกัด กล่าวถึงร้านไอศกรีมในแบรนด์ "เดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ แฟกตอรี่" ว่า "เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านเดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ เขาจะรู้สึกถึงความแตกต่างว่า รสชาติของไอศกรีม และความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ในเรื่องของความสร้างสรรค์ในการผสมผสานไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ กับท็อปปิ้ง สามารถสร้างทางเลือกได้มากกว่า 100 แบบ ให้กับลูกค้าได้เลอกตามใจตัวเอง เป็นรายการอาหารที่คุณเลือกเอง ออกแบบได้เองว่าต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง"
คอนเซปท์มิกซ์อิน
การผสมผสานไอศกรีมที่มีกว่า 20 รสชาติให้คุณได้เลือกพร้อมกับท็อปปิ้งอีกกว่า 30 รายการที่ทางบริษัท โกลบอล แฟรนไชส์ อาคิเทคส์ คัดสรรมาเพื่อให้เกิดความลงตัวของรูปแบบการทำไอศกรีมแบบใหม่ผัดบนกระทะหินอ่อนแช่แข็ง (Frozen Marble Stone) ซึ่งช่วยรักษาอุณหภูมิให้ต่ำอยู่เสมอ เพื่อทำให้ไอศกรีมไม่ละลาย พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบถ้วย หรือโคนวาฟเฟิลทำสดใหม่
เฟรดเล่าให้ฟังเกี่ยวกับอคอนเซปท์นี้ว่า "คอนเซปท์ของการมิกซ์อินนี้ เป็นที่นิยมมากในอเมริกา ผมเดินทางไปเที่ยวมาหลายประเทศทั่วโลก เมื่อตอนที่ไปเจอคอนเซปท์นี้ที่อเมริกา ก็คิดว่า นี่เป็นเรื่องที่น่าสนุกมาก น่าตื่นเต้นมาก และผมเชื่อมั่นว่าลูกค้าในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องชอบแนวคิดนี้อย่างแน่นอน เราใช้เวลา 2 ปี ในการคิดและก็สร้างรูปแบบธุรกิจออกมา และสาขาแรกที่เราเปิดก็คือ ที่สาขาสยามพารากอน"
เฟรดยังเสริมใน เรื่องการเลือกท็อปปิ้ง ว่าทางร้านมีท็อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถั่ว ลูกกวาด ช็อกโกแลต เชอรี่ และคิดว่าจะต้องมีเพิ่มอีก เพราะอะไรที่ทานกับไอศกรีมได้ ก็เป็นท็อปปิ้งได้
ซุปเปอร์พรีเมี่ยมไร้คู่แข่ง
"เราไม่มีคู่แข่งเลย เพราะคอนเซปท์ของเราต่างจากคนอื่น ๆ ในธุรกิจนี้อยู่แล้ว เพราะเราเป็นไอศกรีมระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยม เราไม่สามารถเจาะเข้าไปในตลาดได้ทุกกลุ่ม เพราะเนื่องจากว่าเงินลงทุนค่อนข้างสูง และอีกอย่างที่สำคัญ คือ เราต้องการที่จะเข้าไปให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย"
กลุ่มลูกค้าของเดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ ก็คือ กลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างสูง แต่เฟรดก็ยังกล่าวถึงเรื่องราคาอีกว่า "เพราะว่าไอศกรีมจริง ๆ ราคาไม่ได้สูง ถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ คือ ของเราสกู๊ปละ 70 บาท ถ้าเป็นคู่แข่งที่เป็นโลคอล แบรนด์ หรืออินเตอร์แบรนด์ ก็อาจจะราคาถูกกว่านี้ประมาณครึ่งหนึ่ง แค่ถ้าเปรียบเทียกับคุณภาพและประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุณได้ ยิ่งกว่าคุ้ม"
เปิดโอกาสทองในการทำเงิน
นอกจากสาขาที่สยามพารากอน ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต และที่หัวหินแล้ว ปัจจุบัน เดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ ยังเปิดสาขาเพิ่มอีกในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด อาทิ มาร์เก็ตวิลเลจที่หัวหิน เซ็นทรัลเวิลด์ ซีคอนสแควร์ และที่สนามบินสุวรรณภูมิ
"เราจะเลือกเฉพาะทำเลที่ดีจริง ๆ เป็นระดับท็อป เราต้องการเปิดอีก 10 สาขา ซึ่งต้องเป็นทำเลที่ดีมาก เพราะการลงทุนต่อ 1 สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ 4 - 5 ล้านบาทและอย่างที่บอกคือ เราต้องการให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา"
สำหรับผู้ที่มีความสนใจลงทุนเป็นแฟรนไชสซี่ ของเดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ นี้ไม่จำเป็นค้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจเลย เพียงแค่เป็นักลงทุน และยินดีที่จะร่วมธุรกิจกับทางบริษัทแม่เท่านั้น
"เราอยู่ภายใต้บริษัท จีเอฟเอ (โกลบอล แฟรนไชส์ อาคิเทคส์) คือเรามีทีมงานที่จะดูแลทั้งหมดแบ่งเป็นแผนก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ดูแลและช่วยเหลือร้านสาขาของเราเอง แต่ยังรวมถึงร้านสาขาของแฟรนไชสซี่ ทุก ๆ ร้านในเครือของจีเอฟเอด้วย"
ความช่วยเหลือในทุกกระบวนการของเดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ คือ "เราจัดการให้ทั้งหมดทุกกระบวนการ เราก็ออกแบบร้านให้ ตกแต่งร้านให้ ฝึกอบรมพนักงานให้ แล้วก็ซัพพลายสินค้าให้ด้วย คือ ส่งไอศกรีมให้ ทำการตลาดให้ และดำเนินการร้านให้ทุกอย่าง มีฝ่ายปฏิบัติการ เราช่วยเหลือในการสรรหาพนักงาน ผู้จัดการร้าน"
เดอะ ครีม แอนด์ ฟัดจ์ ยังมีทีมงานในการฝึกอบรมพนักงานโดยจีเอฟเอ ซึ่งจะมีการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกก่อน หลังจากฝึกแล้ว จึงจะมาฝึกที่ร้านสาขาเป็นแบบ On the job training และจึงจะเริ่มทำงานจริง ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 1 เดือน คือที่ศูนย์ฝึก 7 วัน และหลังจากนั้นก็ฝึกที่ร้านอีก 3 สัปดาห์
เฟรด ยังได้กล่าวย้ำกับ โอกาสธุรกิจ & แฟรนไชส์ อีกว่า "ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหลัก"
( ที่มา : นิตยสาร Business Opportunity & Franchise ฉบับ เมษายน - พฤษภาคม 2549 )
More news >>
|